
ปุ๋ยมูลไส้เดือน หรือ Vermicompost เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปุ๋ยมูลไส้เดือนกลายเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับการเกษตรอินทรีย์ การปลูกพืชในเมือง และการจัดการขยะอินทรีย์
การใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนในประเทศไทยเริ่มขึ้นในช่วงปี 2530 เมื่อมีการนำเข้าไส้เดือนพันธุ์ Eisenia fetida (Red Wiggler) และ Eudrilus eugeniae (African Nightcrawler) จากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการทดลองเลี้ยงและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในฟาร์มขนาดเล็กในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง
ในช่วงแรก ปุ๋ยมูลไส้เดือนถูกนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูดินเสื่อมสภาพและเพิ่มผลผลิตในไร่นา เกษตรกรเริ่มสังเกตเห็นว่าดินร่วนซุยขึ้นและพืชเติบโตได้ดีขึ้น ทำให้แนวคิดการเลี้ยงไส้เดือนแพร่หลายในชุมชนเกษตรกร
ในช่วงปี 2540-2550 การเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากการใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชที่ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพและมีสารตกค้างในผลิตผล
หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมพัฒนาที่ดิน และ สำนักงานเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เริ่มส่งเสริมการใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนผ่านโครงการอบรมเกษตรกรและการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ Vermicomposting
ในปัจจุบัน การเลี้ยงไส้เดือนและผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนกลายเป็นธุรกิจขนาดย่อมและขนาดใหญ่ในประเทศไทย หลายบริษัท เช่น Maskworm ได้พัฒนาปุ๋ยมูลไส้เดือนคุณภาพสูงและขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ใช้ในฟาร์มเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มคุณภาพดินและลดการใช้ปุ๋ยเคมี เหมาะสำหรับการปลูกข้าว ผักใบเขียว และผลไม้เศรษฐกิจ
Vermicomposting เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ปลูกพืชในกระถางและสวนแนวตั้งในเขตเมือง
ใช้ในพื้นที่เกษตรที่ดินเสื่อมจากการใช้สารเคมี
หลายชุมชนนำ Vermicomposting มาใช้ในการจัดการขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหารจากตลาด
ปุ๋ยมูลไส้เดือนในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ตั้งแต่การนำเข้าไส้เดือนจากต่างประเทศในช่วงปี 2530 จนถึงปัจจุบันที่ Vermicomposting กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาการเกษตรและการจัดการขยะในชุมชนไทย ปุ๋ยมูลไส้เดือนเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและมีประโยชน์อย่างมากทั้งต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม
สั่งซื้อง่าย ส่งทั่วไทย